EP1 การถ่ายภาพสตูดิโอ ต่างกับการถ่ายภาพด้วยแสงธรรมชาติอย่างไร? (What different between Studio photography and out door photography)

เพราะฉะนั้น เราสามารถแบ่งแสงได้ออกเป็น2ประเภทใหญ่ๆเลยก็คือ แสงธรรมชาติ กับแสงที่เกิดจากการทำขึ้นของมนุษย์ แสงที่มาจากธรรมชาตินั้นบอกอยู่แล้วว่าเป็นแสงที่เกิดขึ้นเอง โดยไม่มีใครไปควมคุมมัน อาจเป็แสงอ่อน (Soft light) แสงแข็ง (Hard light) อุณภูมิของแสง (Light temperature) นักถ่ายภาพสามารถควบคุมแสงเหล่านี้ได้ในระดับหนึ่ง เช่นให้แสงผ่านมาได้ขนาดไหนในการถ่ายภาพ หรือกรองแสงจากแสงแข็งเป็นแสงนุ่ม หรือการเลือกช่วงเวลาในการถ่ายภาพ เพื่อให้แสงออกมาตามต้องการเป็นต้น จะเห็นได้ว่า หากวันที่ฝนตก หากต้องการถ่ายภาพที่ต้องการใช้แสงแข็ง (Hard light) ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะเราไม่สามารถควบคุมแสงที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติได้นั่นเอง ก่อนที่จะมีการประดิษฐ์แสงที่เกิดขึ้นจากแฟลช ถ่ายรูป เราจำเป็นต้องเลือกช่วงเวลา เพื่อให้ได้แสงตามที่ต้องการ แต่เมื่อมีการทำเฟลชสำหรับการถ่ายรูปเพิ่มเข้ามา ทำให้เราสามารถถ่ายรูปเมื่อไหร่ก็ได้ ได้ทุกที่ทุกเวลาตามที่เราต้องการ นี่คือความแตกต่างระหว่างการถ่ายภาพโดยใช้แสงธรรมชาติกับแสงเฟลช เมื่อย้อนกลับมาที่หัวข้อความแตกต่างระหว้างการถ่ายภาพในสตูดิโอกับการถ่ายภาพด้วยแสงธรรมชาติ เมื่ออยู่ในสตูดิโอ แสงที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าส่วนใหญ่แสงที่ใช้ในการถ่ายทำจะเป็นแสงเฟลชหรือแสงจากไฟต่อเนื่องที่เราทำขึ้นมาทั้งนั้น ทำให้เราสามารถควบคุมแสงได้อย่างอิสระ ในธรรมชาติมีแหล่งกำเนิดแสงมาจากแหล่งเดียว แต่ในสตูดิโอ มีแหล่งกำเนิดแสงได้หลายทิศทาง เราสามารถใช้แสงกี่ตัวก็ได้ เพื่อให้ได้อารมณ์ของภาพตามที่เราต้องการ (โดยทั่วไปใช้ไม่เกิน 3 ตัวก็เพียงพอแล้ว) ในบางครั้งที่เราเห็น 5-6ตัว อาจมีเรื่องของการตลาด ภาพลักษณ์ของการถ่ายภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะการที่ใช้ไฟมากกว่า 3ตัวขึ้นไปนั้น ไฟดวงอื่นๆที่เหลือแทบจะไม่มีบทบาทอะไรต่อภาพที่ได้เลย จริงๆแล้วภาพถ่ายที่ดีจะต้องมีการคุมโทนของเงา (Shadow), ความสว่าง (Hight light) ให้ได้อย่างเหมาะสม ดังนั้นการถ่ายภาพในสตูดิโอ จึงไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไปสำหรับมือใหม่ เพียงแต่ให้เข้าใจในเรื่องธรรมชาติของแสงก็เพียงพอ ที่เหลือเป็นเรื่องของเทคนิคในการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ก็สามารถทำให้ภาพถ่ายในสตูดิโอนั้นออกมาสวยงามได้เช่นเดียวกัน แสงคือธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นแสงชนิดใด หากเราสามารถควบคุมแสงได้ “After process” เมื่อเสร็จงานนั้นก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น Plute Moungplub ส่วนเรื่องอุปกรณ์ในสตูดิโอที่ออกมาหลากหลายยี่ห้อนั้น ก็เปรียบเสมือนกล้องถ่ายรูป ที่ไม่ว่าจะยี่ห้อไหน ต่างก็สามารถถ่ายรูปได้เหมือนกัน จะต่างกันในเรื่องของเทคโนโลยี และสีสันของภาพเมื่อถ่ายออกมาในครั้งแรกเมื่อยังไม่ได้แต่งภาพเท่านั้น จึงอยากแนะนำว่า หากเป็นมือสมัครเล่น อยากลองใช้เฟลชสตูดิโอ ก็สามารถใช้เฟลชยี่ห้อทั่วไปได้ สามารถสร้างสรรค์ภาพออกมาได้ไม่แพ้มืออาชีพ จะต่างกันเพียงแค่ อุปกรณ์บางตัวที่เกี่ยวกับตัวปรับแสงขนาดใหญ่ที่ทำให้ได้ภาพที่ต่างกัน อันนี้ก็ช่วยไม่ได้ เราควรจะจัดการกับแสงและถ่ายภาพออกมาให้ดีที่สุดในอุปกรณ์ที่เรามีในตอนนี้